ลิขิตชีวิตตนเอง

เลือกเกิดไม่ได้ แต่เลือกที่จะเป็นได้.

วันอังคารที่ 27 ตุลาคม พ.ศ. 2558

ยกเลิกด่านลอยดีหรือไม่?


จากกรณีที่เป็นข่าวในกระแสโซเชี่ยล เรื่องกรณี สตช.ให้ยกเลิกการตั้งด่านลอย หากมีเจ้าหน้าที่ตำรวจฝ่าฝืนตั้งด่านลอยขึ้นมา ให้ประชาชนถ่ายรูปไว้แล้วร้องเรียนได้ที่ สตช.  

ด่านลอยคืออะไรล่ะ? เราต้องมาทำความเข้าใจก่อนว่าด่านลอยคืออะไร ด่านลอยคือด่านที่ไม่ได้รับอนุญาตจากผู้บังคับบัญชานั่นเองคืออยากตั้งตรงไหนก็ตั้ง นำกำลังไปตั้ง ไม่มีการพิจารณาจุดที่จะตั้ง ไม่มีสัญลักษณ์ป้ายบอกผู้ควบคุม สถานีตำรวจ ที่ชัดเจน กรณีดังกล่าวข้างต้นคือด่านลอยให้ยกเลิก ส่วนด่านความมั่นคง ด่านป้องกันอาชญากรรม จุดสกัดกรณีเกิดเหตุต่างๆก็ยังตั้งได้เหมือนเดิม และหากไม่ได้มีการตั้งด่านเจ้าหน้าที่ตำรวจจราจรพบการกระทำความผิดซึ่งหน้าเกี่ยวกับการใช้รถใช้ถนนก็สามารถดำเนินการจับกุมได้เลยเช่นกัน

การยกเลิกด่านลอยย่อมดีแน่ คือ ยกเลิกการกระทำที่ไม่ถูกต้อง ทำให้มันถูกต้องตามกฎระเบียบ มีป้ายสัญลักษณ์ บอกผู้ควบคุม บอกสถานีตำรวจ และอุปกรณ์อื่นๆนั้นต้องมีให้ครบ มีการแจ้งผู้บังคับบัญชา เพื่อให้ผู้บังคับบัญชาอนุญาต อนุมัติ  แต่จะให้ยกเลิกด่านตรวจไปเลยนั้นย่อมไม่ดี และไม่สมควรอย่างแน่นอน เพราะมันจะเป็นการปล่อยให้ผู้ที่กระทำความผิด ซึ่งมีสิ่งของที่ผิดกฎหมายเดินทางได้สะดวก ก่อเหตุอาชญากรรมต่างๆได้ง่ายขึ้น ผลเสียก็จะเกิดกับประชาชน สังคมส่วนรวม

ด่านตรวจ(ด่านจราจร)ในสายตาประชาชน อาจจะไม่ชอบเพราะโดนเขียนใบสั่ง ทำให้ประชาชนเสียเงินเสียทอง ต่างๆนา ในมุมมองของประชาชนก็ว่าตำรวจ ออกแต่ใบสั่งหวังเงินรางวัล เงินเปอร์เซ็นต์ บ้างก็บอกว่ามีตำรวจเรียกรับสินบน หยิบสด จ่ายสดกัน มีการด่าทอ ตามโซเชี่ยลต่างๆ ในมุมมองของตำรวจ ก็ว่าประชาชนที่เขาทำถูกกฎจราจรเขาก็ไม่เดือดร้อน จะมีเดือดร้อนก็คนที่ทำผิดกฎจราจร ถ้าไม่อยากเสียเงิน ก็ทำให้ถูกกฎจราจรก็สิ้นเรื่อง ถ้าทุกคนเอาเหตุผลของตนเองเป็นหลัก ก็จะอ้างคำพูดหรือเหตุผลสวยๆหรูๆ มาเพื่อสนับสนุนความคิดของตนเอง ว่าความคิดตนเอง เหตุผลของตนเองนั่นแหละถูกต้อง ของคนอื่นมันผิด อย่างนี้แล้วยังไงมันก็เกิดปัญหาไม่จบไม่สิ้น และตำรวจกับประชาชนก็เหมือนลิ้นกับฟันเจอกันตลอด การแก้ไขปัญหาคือประชาชนควรศึกษาและต้องรู้กฎหมายจราจร การใช้รถใช้ถนน และปฏิบัติตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด หากพบเห็นเจ้าหน้าที่ตำรวจปฏิบัติไม่ถูกต้อง เรียกรับสินบนก็อย่าไปยอมอย่าไปให้ ให้ร้องเรียน ถ่ายคลิป ถ่ายรูป ส่วนเจ้าหน้าที่ตำรวจก็ควรใช้ดุลพินิจเป็นกรณีๆไป ซึ่งเรื่องจราจรนั้นกฎหมายบางตัว ให้อำนาจเจ้าหน้าที่ใช้ดุลพินิจว่ากล่าวตักเตือนได้ การใช้กฎหมายจราจรนั้นตรึงเกินไปก็ไม่ดีหย่อนเกินไปก็ไม่ได้ และเจ้าหน้าที่ตำรวจควรเป็นแบบอย่างให้ประชาชนอย่าทำผิดกฎหมายจราจรเสียเอง หากมีการกระทำผิดก็ควรได้รับโทษเช่นเดียวกับประชาชน ไม่ควรยกเว้น เจ้าหน้าที่ตำรวจไม่ควรช่วยกันเอง เพื่อให้ประชาชนได้ศรัทธาในความยุติธรรม ศรัทธาในกฎหมาย ศรัทธาในอาชีพตำรวจ ผู้พิทักษ์สันติราษฎร์

วันเสาร์ที่ 25 พฤษภาคม พ.ศ. 2556

AEC (พ.ศ.2558) ประเทศไทย “สมองไหล”


ในปี พ.ศ.2558 หรืออีกประมาณ 2 ปีข้างหน้า ก็จะเข้ายุค AEC แล้ว บางคนอาจจะคิดว่าจะเกิดการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ มีการเปิดการค้าเสรี บริการ การลงทุน และแรงงาน วันนี้จะมาพูดถึงในแรงงานเสรีกันดีกว่า!

ในแต่ละประเทศก็จะมีกฎหมายเพื่อเป็นกำแพงกั้น เป็นกฎเกณฑ์ ที่จะให้แรงงานต่างประเทศเข้าไปทำงานได้ แต่ละประเทศจะมีกำแพงหิน หรือกำแพงไม้ มีกฎเกณฑ์ กฎหมายเยอะขนาดไหน ก็แล้วแต่ละประเทศ แต่ประเทศไทยของเราถือได้ว่า ใช้กำแพงหิน การที่แรงงานต่างด้าวจะเข้ามาทำงานในประเทศไทยได้อย่างเสรีนั้น ยากซักหน่อย

ไทยมีข้อตกลงกับ AEC ว่าแรงงานวิชาชีพ 8 อาชีพดังต่อไปนี้มาทำงานในไทยได้ คือ แพทย์ ทันตแพทย์ พยาบาล วิศวกร สถาปนิก นักบัญชี นักสำรวจ และนักท่องเที่ยว แต่ต้องทำตามกฎหมายในประเทศไทย เช่น อาชีพ แพทย์ ทันตแพทย์ พยาบาล คนต่างชาติจะทำงานวิชาชีพนี้ในไทยได้ต้องมีการทดสอบความรู้ความสามารถโดยใช้ “ภาษาไทย” เท่านั้น! ส่วนวิชาชีพ วิศวกรและสถาปนิก ก็เช่นเดียวกันใช้ภาษาไทย และต้องมีการร่วมงานกับนักวิชาชีพไทยที่มีใบอนุญาตเท่านั้น ส่วนถ้าต้องการจะประกอบอาชีพนี้เองเลยตามลำพัง ต้องทำตามกฎหมายไทยที่ระบุไว้ว่าต้องได้รับการประเมินโดย “สภาวิชาชีพ” ซึ่งใช้ภาษาไทยในการประเมิน
กำหนดกฎเกณฑ์แรงงานวิชาชีพทั้ง 8 แล้ว ยังมี “อาชีพสงวน” สำหรับคนไทย ซึ่งคนต่างชาติไม่สามารถทำได้อีก 39 อาชีพ รวมทั้งอาชีพ กรรมกร กสิกร ประมง ก่ออิฐ ช่างไม้ ช่างตัดผม ขับขี่รถยนต์ ทำมีด ทำรองเท้า เครื่องถม เครื่องเขิน เจียระไนเพชรพลอย ทำบาตร พระพุทธรูป ฯลฯ อย่างนี้แล้วถ้าจะให้คนต่างชาติเข้ามาทำงานได้อย่างเสรี ต้องแก้กฎหมายกันอีกเยอะ!
ดังข้างต้นที่กล่าวมาประเทศไทยมีกำแพงหินซึ่งต่างชาติจะเข้ามาทำงานในไทยได้ยาก จึงไม่น่าจะเกิดการเปลี่ยนแปลงในเรื่องแรงงานเท่าไร ประเทศเพื่อนบ้านที่เข้ามาทำงานในไทยก็คงไม่อยากกลับประเทศ เพราะประเทศของตนยังล้าหลังกว่าประเทศไทย และถ้าทำงานในไทยจะได้เงินดีกว่า ผมว่าเรื่องแรงงานต่างด้าวก็น่าจะไม่เปลี่ยนแปลงมากนัก แต่ที่จะเปลี่ยนแปลงก็คือ แรงงานคนไทยที่มีความรู้ความสามารถนี่สิ จะไปทำงานต่างประเทศกันเยอะถ้าประเทศนั้นๆให้เงินดีกว่า ในปี 2558 ที่สมควรระวังก็คือ ประเทศไทยเราจะเกิดภาวะที่เรียกว่า “สมองไหล”

วันเสาร์ที่ 20 เมษายน พ.ศ. 2556

“เพียงกระดาษแผ่นเดียว!”




ผมเคยอ่านบทความบทหนึ่ง ที่เขียนเกี่ยวกับวุฒิการศึกษา (กระดาษแผ่นเดียว) ว่าในสมัยประมาณ พ.ศ. 2500 กว่าๆ ไม่เคยมี ดารานักแสดง นักหนังสือพิมพ์ หรือแม้แต่การประกวดนางสาวไทย ก็ไม่ได้ใช้วุฒิการศึกษา ใบปริญญาแต่อย่างใด แต่มาสมัยนี้ ถือเอาใบปริญญาเป็นเกณฑ์ในการรับสมัครคนเข้าทำงาน เป็นเกณฑ์ในการคิดฐานเงินเดือน ทำให้ผู้ที่ไม่มีใบปริญญา แต่มีความสามารถ มีความขยัน ต้องถูกผลักดันไปทำอาชีพอื่นๆ

แต่ความสามารถ ความขยัน โดยที่ไม่ต้องมีใบปริญญานั้น ทำให้บุคคลเหล่านี้ ประกอบอาชีพค้าขาย จนร่ำรวย แล้วหันมาเปิดบริษัท รับสมัครผู้มีวุฒิปริญญาเข้าทำงาน  ดังนี้แล้วชี้ให้เห็นว่า วุฒิปริญญา(กระดาษแผ่นเดียว) ตัดสินคนไม่ได้ว่าจะประสบความสำเร็จในชีวิตหรือไม่ 

สำหรับนักเรียน นักศึกษา ผู้ที่มีโอกาสล่าใบปริญญา เกียรตินิมและเกรดเฉลี่ย ไม่สามารถวัดความสำเร็จของชีวิตได้ ตำราชีวิตหรือประสบการณ์ชีวิตจริงที่เราต้องเจอ เพื่อนๆ มิตรภาพ ที่ผ่านมาในชีวิตระหว่างการเดินทางเพื่อไปรับใบปริญญา มันจะเป็นตัวแปลสำคัญทำให้เราประสบความสำเร็จในชีวิต

ผู้ที่ไม่มีโอกาสที่จะได้เรียน ได้ศึกษาในระดับปริญญา หรือวุฒิใดๆก็แล้วแต่ อันเนื่องมาด้วยปัจจัยทางการเงิน หรือเหตุผลอื่นใด อย่าหมดหวังกับชีวิต เพราะโอกาสที่จะประสบความสำเร็จในชีวิตไม่ได้มีไว้ให้เฉพาะแต่ผู้ที่มีใบปริญญาเท่านั้น  แต่โอกาสที่จะประสบความสำเร็จในชีวิต มีไว้ให้กับผู้ที่มีความสามารถ มีความขยัน เช่นกัน

ขอขอบคุณรูปภาพจาก

วันจันทร์ที่ 4 มีนาคม พ.ศ. 2556

คุก ตาราง กับสังคมไทย


“คุกไม่ได้มีไว้ขังหมา” ภาษาบ้านๆเหมือนเพลงๆหนึ่ง คุกมีไว้ขังคน ขังผู้ที่กระทำผิดกฎหมาย  ทำไมคนไทยถึงทำผิดกฎหมายกันเยอะ และหลายๆคนที่ทำผิดกฎหมายเข้าคุกไป ออกมาก็ทำแบบเดิม เข้าไป แล้วก็ออกมา เหมือนเดิมๆ 

เหตุผล หรือเป็นเพราะว่ากฎหมายบทลงโทษน้อยไป หรือเพราะว่าเข้าไปอยู่ในคุกแล้วสบาย ไม่ลำบาก ทำให้คนที่เข้าไปในคุกไม่เข็ดหลาบ 

สำหรับผมคิดว่า กฎหมายสมควรมีการแก้ไข ปรับปรุง เปลี่ยนแปลงใหม่ ให้ทันยุคทันสมัย หากผู้คนยังทำผิดกฎหมายใดๆ ซ้ำๆ ก็ควรเพิ่มบทลงโทษ และกระทำโดยเด็ดขาด  และสถานที่กักขัง หรือคุก ที่ขังนักโทษนั้น มีการปฏิบัติอย่างไร มีการรับสินบน เพื่อให้นักโทษที่มีเงิน ได้อยู่สุขสบายหรือไม่อย่างไร ต้องมีความโปร่งใส  ส่วนใหญ่เมื่อมีการจับกุมผู้กระทำผิดกฎหมาย ศาลพิพากษาลงโทษจำคุก ก็จบกระบวนการ แต่จริงๆแล้ว กระบวนยังต่อเนื่องอยู่ คือมีการคุมขัง และการคุมขังต้องให้นักโทษได้รับการเข็ดหลาบ ไม่กล้ากระทำผิดอีก หรือมีกระบวนการทำให้นักโทษเกิดความสำนึก ไม่กระทำผิดอีก หากในคุกไม่เข้มงวด ปล่อยปละละเลย มีการรับสินบน ปล่อยให้มีการค้าขายยาเสพติดได้ ซึ่งหากเกิดขึ้นจริง สบายกับนักค้ายา เพระไม่ต้องมาเสี่ยงกับตำรวจ ผมว่าถึงเวลาสังคมไทย ต้องหันไปดูสถานที่คุมขังนักโทษกันบ้างแล้ว ว่ามีมาตราการที่รัดกุม โปร่งใส มากแค่ไหน

ขอขอบคุณรูปภาพจาก  http://www.thaigoodview.com/node/18063?page=0%2C16